คนไทยรับควันบุหรี่มือสองในบ้านถึง 17.3 ล้านคน

สำนักงานสถิติแห่งชาติเผย คนไทยรับควันบุหรี่มือสองในบ้านถึง 17.3 ล้านคน เสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ แม้รับเพียง 30 นาที เกิดอันตรายต่อเยื่อบุหลอดเลือด ทำเลือดไปเลี้ยงหัวใจลดลง แพทย์ชี้เพิ่ม ความเสี่ยงเกิดโรคถึง 30% พบอายุแค่ 21-25ปี ป่วย หัวใจตีบ-กล้ามเนื้อหัวใจตาย ขณะที่เสี่ยงเกิด โรคหลอดเลือดสมอง 2 เท่า WHO ระบุไทยสูญเสีย ทางเศรษฐกิจจากสูบบุหรี่ 7.5 หมื่นล้านบาท จี้บังคับใช้ก.ม.คุมยาสูบเข้มข้น

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แถลงข่าว “บุหรี่ตัวร้าย ทำลายหัวใจ”เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 31 พ.ค.ของทุกปีว่า ข้อมูลสำรวจล่าสุดโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ.2560 พบว่า มีคนไทย 17.3 ล้านคนที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน รับควันบุหรี่มือสองเพียง 30 นาที เกิดอันตรายต่อเยื่อบุหลอดเลือด และทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจ ลดลงได้ ยิ่งสูบนานจะทำให้เส้นเลือดค่อยๆหนาตัวขึ้นเรื่อยๆ โดยองค์การอนามัยโลกระบุว่า แต่ละปีมีคนไทย เสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจ และสมอง ปีละ 2,615 คน จากจำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากควันบุหรี่มือสองทั้งหมดปีละ 6,500 คน ในสหรัฐอเมริกามี ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคเส้นเลือดหัวใจตีบจากการได้รับควันบุหรี่มือสองปีละ 33,950 คน และมีชาวอเมริกา 2,194,000 คน ที่เสียชีวิตระหว่าง พ.ศ.2507 – 2557 จากโรคเส้นเลือดหัวใจที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านหรือที่ทำงาน “พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 มีการกำหนดพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้นและกำหนดให้เจ้าของร้านหรือเจ้าของพื้นที่ห้ามสูบต้องดูแลควบคุมการห้ามสูบด้วย เมื่อมีกฎหมายแล้วจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีการบังคับใช้อย่างเข้มข้น ส่วนในบ้านที่เป็นแหล่งรับควันบุหรี่มือสองมากที่สุด แม้กฎหมายไม่ห้าม แต่คนสูบควรตระหนักในการไม่ทำให้คนในครอบครัวมีอันตราย ควรเลิกบุหรี่หรือหากเลิกไม่ได้ต้องไม่สูบในบ้าน”ศ.นพ.ประกิตกล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth